ความรู้อาหารแช่แข็ง
วิธีเลือกอาหารแช่แข็ง

วิธีเลือกอาหารแช่แข็ง

วิธีเลือกอาหารแช่แข็ง เลือกยังไงให้มีคุณภาพ

วิธีเลือกอาหารแช่แข็ง เป็นอาหารที่สามารถเก็บรักษาได้นาน สะดวกในการนำมาประกอบอาหาร และราคาไม่แพง การเลือกอาหารแช่แข็งให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ จึงควรพิจารณาดังนี้

  1. ตรวจสอบวันหมดอายุอาหารแช่แข็งทุกชนิดจะมีวันหมดอายุระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ ตรวจสอบวันหมดอายุให้ดีก่อนเลือกซื้อ หากวันหมดอายุใกล้จะถึงหรือหมดอายุแล้ว ไม่ควรซื้อมารับประทาน
  2. เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ควรเลือกซื้ออาหารแช่แข็งจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านขายส่งที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่ดี เพื่อป้องกันอาหารบูดเสีย
  3. ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ของอาหารแช่แข็งควรอยู่ในสภาพดี ไม่ฉีกขาดหรือมีรอยรั่วซึม เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารปนเปื้อน เลือกอาหารแช่แข็งให้ปลอดภัย
  4. พิจารณาประเภทของอาหาร เลือกซื้ออาหารแช่แข็งตามประเภทที่ต้องการรับประทาน เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ หรืออาหารสำเร็จรูป
  5. ตรวจสอบสีของอาหาร สีของอาหารแช่แข็งควรเป็นสีธรรมชาติ ไม่เปลี่ยนแปลงไป เช่น เนื้อสัตว์ควรมีสีชมพูหรือสีแดง ผักควรมีสีเขียวสดใส
  6. พิจารณารสชาติของอาหารหากได้ลองชิมอาหารแช่แข็งแล้วพบว่ามีรสชาติผิดปกติ เช่น มีกลิ่นเหม็นหรือมีรสเปรี้ยว ไม่ควรรับประทาน เลือกอาหารแช่แข็งให้อร่อย อาหารแช่แข็ง

เคล็ดลับและข้อควรรู้ใน วิธีเลือกอาหารแช่แข็ง

เคล็ดลับเลือกอาหารแช่แข็ง อาจใส่สารต่าง ๆ ลงไปเพื่อปรับปรุงคุณภาพและรสชาติ สารที่มักพบในอาหารแช่แข็ง ได้แก่

  • สารกันบูด เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารบูดเสีย โดยสารกันบูดที่นิยมใช้ ได้แก่ กรดซอร์บิค กรดแลคติก และไนไตรท์ เลือกอาหารแช่แข็งให้เหมาะกับการใช้งาน
  • สารปรุงแต่งรส เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร เช่น เกลือ น้ำตาล สารให้ความหวาน และสารแต่งกลิ่น อาหารแช่แข็งเลือกยังไง
  • สารเพิ่มเนื้อสัมผัส เพื่อปรับปรุงเนื้อสัมผัสของอาหาร เช่น แป้ง เจลาติน และสารทำให้ข้น
  • สารเติมแต่งอื่นๆ เช่น สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน สารป้องกันการแข็งตัว และสารทำให้คงตัว
  • เลือกซื้ออาหารแช่แข็งที่มีปริมาณเหมาะสมกับการใช้งาน
  • เก็บอาหารแช่แข็งไว้ในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส
  • ละลายอาหารแช่แข็งอย่างเหมาะสม เพื่อให้อาหารคงรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ
  • การเลือกซื้ออาหารแช่แข็งอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ได้รับอาหารที่ดี ปลอดภัย และอร่อย

สารที่มักพบในอาหารแช่แข็งมีอะไรบ้าง

  • เนื้อสัตว์ อาจใส่สารกันบูด เช่น กรดซอร์บิค เลือกอาหารแช่แข็งให้เหมาะกับสุขภาพ กรดแลคติก และไนไตรท์ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา นอกจากนี้ยังอาจใส่สารปรุงแต่งรส เช่น เกลือ น้ำตาล และสารแต่งกลิ่น เพื่อเพิ่มรสชาติ เลือกอาหารแช่แข็งอย่างไร
  • อาหารทะเล อาจใส่สารกันบูด เช่น กรดซอร์บิค กรดแลคติก และไนไตรท์ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา นอกจากนี้ยังอาจใส่สารปรุงแต่งรส เช่น เกลือ น้ำตาล และสารแต่งกลิ่น เคล็ดลับเลือกอาหารแช่แข็งให้ได้คุณภาพ
  • ผัก อาจใส่สารกันบูด เช่น กรดซอร์บิค กรดแลคติก และไนไตรท์ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา นอกจากนี้ยังอาจใส่สารเพิ่มความคงตัว เช่น แป้ง และสารป้องกันการแข็งตัว เช่น กรดซิตริก
  • ผลไม้ อาจใส่สารกันบูด เช่น กรดซอร์บิค กรดแลคติก และไนไตรท์ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา นอกจากนี้ยังอาจใส่สารเพิ่มความคงตัว เช่น แป้ง และสารป้องกันการแข็งตัว เช่น กรดซิตริกวิธีการเลือกอาหารแช่แข็ง
  • อาหารแปรรูป เช่น พิซซ่า พาสต้า และอาหารสำเร็จรูป อาจใส่สารกันบูด เช่น กรดซอร์บิค กรดแลคติก และไนไตรท์ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา นอกจากนี้ยังอาจใส่สารปรุงแต่งรส เช่น เกลือ น้ำตาล และสารแต่งกลิ่น เลือกอาหารแช่แข็งให้ได้ประโยชน์

อาหารแช่แข็งได้นานแค่ไหน วิธีเลือกอาหารแช่แข็ง

เลือกอาหารแช่แข็งให้เหมาะกับครอบครัว อาหารแช่แข็งสามารถเก็บรักษาได้นานหลายเดือนหรือหลายปี เลือกอาหารแช่แข็งให้เหมาะกับงบประมาณ ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารและวิธีการแช่แข็ง เทคนิคเลือกอาหารแช่แข็ง

โดยทั่วไปแล้ว อาหารแช่แข็งสามารถเก็บรักษาได้ดังนี้

  • เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เก็บได้นาน 6-12 เดือน
  • อาหารทะเล เช่น ปลา กุ้ง ปู เก็บได้นาน 3-6 เดือน
  • ผัก เช่น ผักใบเขียว ผักโขม บร็อคโคลี่ เก็บได้นาน 6-12 เดือน
  • ผลไม้ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ องุ่น เก็บได้นาน 6-12 เดือน
  • อาหารสำเร็จรูป เช่น พิซซ่า พาสต้า เก็บได้นาน 3-6 เดือน

External Resource Links